
บุญนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองนอกจากเราจะทำบางคนคิดว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเองเพียงแต่เราคอยเวลาสิ่งนั้นก้คงจะมาถึงความเป็นจริงบุญคอยเวลาไม่ได้ แต่เราต้องทำขึ้นจะเป็นวิธีใดก้ดีเราจะต้องทำให้เกิดขึ้นจากใจของเรานี่เรายังไม่มีอะไร เรายังไม่มีทาน ยังไม่เคยนึกถึงผลทานที่เราทำไว้ การที่เราไม่ได้นึกถึงผลทานที่ทำไว้นั้นแสดงว่าเราไม่มีทาน เมือ่นึกถึงแล้วก้มีผลทานเกิดขึ้นในใจเร นึกว่าเราได้ทำความดีไว้ เสียสละเอื้อเฟื้อเกื้อกูลไว้มากมาย
การระลึกถึงผลทานนั้นทำให้เราสบายใจ เมื่อทำแล้วจะนึกเมื่อไรก็นึกได้ทุกเวลา จะกินจะเกิดจะนั่งจะนอนก็นึกได้เพราะมันมีอยู่ในใจเรา แต่ถ้าหากว่าไม่ได้ทำเราจะนึกอย่างไรมันก็ไม่เกิดขึ้น มันนึกไม่ถึงมันนึกไม่ออกเพราะเราไม่ได้ทำไว้ในใจเรา
ศีลก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่เคยรักษาศีล ๕ ไม่เคยรักษาศีล ๘ เราไม่เคยทำไว้แต่อดีต จะนึกเมื่อไรก็นึกไม่ออกว่าเราเคยทำอะไรไว้ มันก็ไม่เกิดความสบายใจ ไม่เกิดความสุจใจเพราะนึกไม่ออก จะกินจะเดินจะนั่งจะนอนหรือจะอยู่ที่ใดก็นึกถึงทานนึกถึงศีลเราได้นึกเมื่อใดก็รู้ว่าเรารักษาศีลไว้กี่วัน รักษาศีลกี่ข้อ ศีล ๕ ก็ดี ศีล ๘ ก็ดี รักษาไว้กี่พรรษากี่อุโบสถ

วันนี้เรารักษา ๑ อุโบสถ ก็จดจำว่า “นี่เรารักษาไว้ได้ ๑ อุโบสถ” พอ ๒ อุโบสถเราก็รูว่า “เรารักษาไว้ ๒ อุโบสถ” หรือรักษาได้ตลอดไตรมาส ๓ เดือน เราก็จดจำไว้ เรารักษาศีลของเราไว้ทุกวันบ่อย ๆ เมื่อเวลาล่วงเลยกลายเป็นอดีตไปแล้ว พอกลับมานั่งนึกนอนนึกเดินนึกจะทำอะไรมันก็ผุดเกิดขึ้น
“อ้อ ! ศีลเราก็รักษาทานเราก็ให้ ครั้งนั้นก็ทำครั้งนี้ก็ทำ” จิตก็ฟูเกิดความเอิบอิ่มเบิกบาน เกิดปีติเกิดขนลุกขนชันปลาบปลื้อรื่นเริงบันเทิงใจ ใจไม่เหี่ยวแห้งไม่เศร้าหมอง
เพราะอะไร ?
เพราะนึกถึงความดีที่ตนเองเคยทำไว้มาก
ธรรมมะของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ วัดสังฆทาน นนทบุรี